หอพักกับอพาร์ทเมนท์ต่างกันอย่างไร เทียบกฎหมาย ที่เจ้าของมือใหม่ควรรู้อะไรก่อนเลือกลงทุน

หอพักกับอพาร์ทเมนท์ต่างกันอย่างไร แม้จะเป็นธุรกิจให้เช่าที่พักเป็นรายเดือนเหมือนกัน แต่ในทางกฎหมายไทยไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน โดยเฉพาะ “หอพัก” ที่มีนิยามและข้อกำหนดเฉพาะตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558 ขณะที่อพาร์ทเม้นท์ให้เช่าทั่วไปต้องพิจารณากฎหมายอาคาร การเช่า และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามลักษณะกิจการ

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนหอพักหรือทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ เจ้าของควรพิจารณาตั้งแต่กลุ่มผู้เช่า รูปแบบอาคาร การขออนุญาต ไปจนถึงภาระการบริหาร เพราะการเลือกประเภทธุรกิจตั้งแต่ต้นมีผลต่อข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติในระยะยาว

ความแตกต่างหอพักกับอพาร์ทเมนท์

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่นิยามตามกฎหมาย โดยพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558 กำหนดว่า “หอพัก” คือสถานที่ที่รับผู้พักตาม พ.ร.บ. เข้าพักอาศัยโดยเรียกเก็บค่าเช่า และนิยาม “ผู้พัก” ว่าเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาในสถานศึกษาระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีและมีอายุไม่เกิน 25 ปี

จึงไม่ควรพิจารณาว่าอาคารเป็นหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์จากชื่อที่ติดอยู่หน้าอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูรูปแบบกิจการและคุณสมบัติของผู้พักประกอบด้วย

ประเด็นหอพักอพาร์ทเม้นท์
ลักษณะทั่วไปที่พักให้เช่าที่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. หอพักอาคารแบ่งห้องให้บุคคลทั่วไปเช่าอยู่อาศัย
กลุ่มผู้เช่าผู้พักตามนิยาม พ.ร.บ. หอพักกลุ่มผู้เช่าทั่วไปตามนโยบายของผู้ประกอบการ
กฎหมายเฉพาะพ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 และกฎหมายลำดับรองไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. หอพักเพียงเพราะเป็นห้องเช่ารายเดือน แต่ต้องพิจารณากฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
การอนุญาตมีระบบใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักพิจารณาตามลักษณะอาคารและกิจการจริง
การบริหารมีหน้าที่บางประการที่กฎหมายหอพักกำหนดเฉพาะเน้นบริหารสัญญา ผู้เช่า ค่าเช่า อาคาร และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดทางกฎหมายอาจแตกต่างตามรูปแบบและที่ตั้งของโครงการ จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนดำเนินการจริง

ทำไมกลุ่มผู้เช่าจึงเป็นจุดสำคัญในการเลือกระหว่างหอพักกับอพาร์ทเม้นท์?

หากวางแผนทำหอพักใกล้มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา กลุ่มลูกค้าหลักย่อมเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา และต้องพิจารณาว่ากิจการเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายหอพัก หรือไม่ โดย พ.ร.บ. หอพักกำหนดคุณสมบัติของ “ผู้พัก” ไว้โดยเฉพาะดังกล่าวข้างต้น

ส่วน ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ มักเปิดรับกลุ่มผู้เช่าได้กว้างกว่า เช่น พนักงานออฟฟิศ คนทำงาน ครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการที่พักระยะยาว ทำให้การเลือกทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก และระดับค่าเช่าแตกต่างจากธุรกิจที่เน้นนักศึกษาโดยตรง

เจ้าของมือใหม่จึงควรเริ่มจากคำถามว่า “ต้องการให้ใครเป็นลูกค้าหลัก?” ก่อนตัดสินใจออกแบบอาคารหรือกำหนดรูปแบบธุรกิจ

ความแตกต่างหอพักกับอพาร์ทเมนท์ ในกฎหมายกำหนดอะไรที่ผู้ประกอบการควรรู้?

หากกิจการเข้าข่ายหอพักตาม พรบ หอพัก พ.ศ. 2558 จะมีข้อกำหนดเฉพาะที่ผู้ประกอบการต้องศึกษา ตั้งแต่การประกอบกิจการ การจัดการหอพัก ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลผู้พัก

ตัวอย่างเช่น กฎหมายกำหนดให้ผู้จัดการหอพักจัดทำทะเบียนผู้พักแต่ละรายและส่งให้นายทะเบียนภายใน 7 วันนับจากวันที่ทำสัญญาเช่าหรือสัญญาสิ้นสุด รวมถึงกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการเก็บทะเบียนดังกล่าวไว้อย่างน้อย 2 ปีหลังสัญญาเช่าสิ้นสุด โดยสามารถจัดเก็บในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้หากยังตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง โดยมีกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมตามอำนาจของพระราชบัญญัติหอพักไว้โดยเฉพาะ

ผู้ที่ต้องการลงทุนหอพักจึงควรศึกษาข้อกำหนดเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ไม่ใช่รอให้อาคารสร้างเสร็จแล้วจึงตรวจสอบเรื่องใบอนุญาต

แล้วกฎหมายอพาร์ทเม้นท์ต้องดูเรื่องอะไรบ้าง?

คำว่า “กฎหมายอพาร์ทเม้นท์” ในทางปฏิบัติไม่ได้หมายถึงกฎหมายฉบับเดียวที่ชื่อว่าพระราชบัญญัติอพาร์ทเม้นท์ แต่ผู้ประกอบธุรกิจต้องพิจารณากฎหมายหลายส่วนตามลักษณะโครงการ เช่น กฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายเกี่ยวกับการเช่าทรัพย์ การคุ้มครองผู้บริโภค ภาษี และข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่น

ด้านสัญญาก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีการกำกับธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยในฐานะธุรกิจที่ควบคุมสัญญา และในปี 2568 สคบ. ยังมีการทบทวนประกาศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว

ดังนั้น ก่อนเปิดอพาร์ทเม้นท์จริง ควรตรวจสอบว่ากิจการของตนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องอาคาร สัญญาเช่า การเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และสิทธิของผู้เช่า

ค่าใช้จ่ายในการทำ หอพักกับอพาร์ทเม้นท์ต่างกันอย่างไร

ต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับขนาด ทำเล รูปแบบอาคาร จำนวนห้อง และระดับบริการ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์แบบใด “ถูกกว่า” ในทุกกรณี ก่อนลงทุนควรแยกค่าใช้จ่ายอย่างน้อยเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • ต้นทุนก่อนเปิดกิจการ: ที่ดิน ก่อสร้าง ออกแบบ ระบบไฟฟ้า ประปา ความปลอดภัย ใบอนุญาต และเฟอร์นิเจอร์
  • ค่าใช้จ่ายประจำ: พนักงาน สาธารณูปโภค อินเทอร์เน็ต ทำความสะอาด ภาษี และค่าบริหารจัดการ
  • ค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอน: ซ่อมแซมห้อง อุปกรณ์เสีย ห้องว่าง หนี้ค้าง และการปรับปรุงอาคาร

สิ่งสำคัญคือควรคำนวณจาก “รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจริง” ไม่ใช่นำจำนวนห้องคูณค่าเช่าแล้วถือเป็นรายรับทั้งหมด เพราะในแต่ละปีอาจมีทั้งห้องว่าง ผู้เช่าย้ายออก หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเกิดขึ้น

ถ้าเป็นเจ้าของมือใหม่ ควรเลือกลงทุนหอพักหรือธุรกิจอพาร์ทเม้นท์?

ไม่มีคำตอบว่ารูปแบบใดดีกว่ากันสำหรับทุกทำเล เพราะการตัดสินใจควรเริ่มจากตลาดเป้าหมายและความเป็นไปได้ของโครงการ

หากพื้นที่อยู่ใกล้สถานศึกษาและมีความต้องการจากกลุ่มนักเรียนหรือนักศึกษาชัดเจน การศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจหอพักอาจเหมาะสม ขณะที่พื้นที่ใกล้สำนักงาน โรงงาน ระบบขนส่ง หรือชุมชนที่มีคนทำงานจำนวนมาก ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ที่รองรับผู้เช่าหลากหลายกลุ่มอาจตอบโจทย์กว่า ก่อนลงทุนควรพิจารณาเรื่องสำคัญ เช่น

  • กลุ่มผู้เช่าหลักคือใคร
  • ทำเลมี Demand จริงหรือไม่
  • ค่าเช่าที่ตลาดยอมรับอยู่ระดับใด
  • คู่แข่งในพื้นที่มีจำนวนเท่าไร
  • ต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่ายประจำเป็นเท่าไร
  • คาดการณ์อัตราห้องว่างไว้เท่าไร
  • รูปแบบอาคารเข้าเกณฑ์กฎหมายใด
  • ต้องขอใบอนุญาตหรือดำเนินการกับหน่วยงานใดบ้าง
  • หากจำนวนห้องเพิ่มขึ้น จะบริหารผู้เช่าและการเงินอย่างไร

การตอบคำถามเหล่านี้ก่อนลงทุนช่วยให้มองเห็นทั้งโอกาสและภาระที่จะเกิดขึ้นจริงหลังเปิดกิจการ

ก่อนสร้างหรือเปิดให้เช่า ต้องตรวจสอบกฎหมายกับใคร?

เนื่องจากข้อกำหนดอาจแตกต่างกันตามประเภทอาคาร รูปแบบกิจการ และพื้นที่ เจ้าของไม่ควรใช้บทความออนไลน์เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวในการตัดสินว่าโครงการของตนต้องขออนุญาตอะไร

กรณีหอพัก สามารถศึกษาข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เป็นนายทะเบียนในพื้นที่เพื่อสอบถามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังเผยแพร่มาตรฐานด้านหอพักสำหรับการดำเนินงานของท้องถิ่นด้วย

ส่วนอพาร์ทเม้นท์ควรตรวจสอบกับสำนักงานเขต เทศบาล อบต. หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานอื่นตามประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องสัญญาและการคุ้มครองผู้บริโภคควรตรวจสอบข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้ข้อกำหนดที่นำมาใช้ตรงกับกิจการจริง

Horga Apartment ช่วยให้เจ้าของมือใหม่วางระบบบริหารอพาร์ทเม้นท์ได้ตั้งแต่เริ่มลงทุน

ก่อนตัดสินใจลงทุน หลายคนอาจสงสัยว่า หอพักกับอพาร์ทเมนท์ต่างกันอย่างไร เพราะแม้จะเป็นธุรกิจที่มีห้องพักให้เช่าเหมือนกัน แต่รูปแบบการดำเนินธุรกิจ กลุ่มผู้เช่า และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอาจแตกต่างกัน การศึกษาประเภทของกิจการ กฎหมายอาคาร การขออนุญาต และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มลงทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเจ้าของมือใหม่ที่ยังไม่เคยทำธุรกิจที่พักให้เช่ามาก่อน

นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว สิ่งที่ควรเตรียมตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการคือ ระบบบริหารอพาร์ทเม้นท์และหอพัก เพราะเมื่อมีผู้เช่าเข้ามา เจ้าของจะต้องจัดการทั้งข้อมูลห้องพัก สัญญาเช่า ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ การออกบิล การชำระเงิน และงานดูแลผู้เช่า หากเริ่มต้นโดยไม่มีระบบรองรับ เมื่อจำนวนผู้เช่าเพิ่มขึ้น งานเอกสารและข้อมูลก็อาจเพิ่มขึ้นจนบริหารได้ยาก

Horga Apartment คือ โปรแกรมอพาร์ทเม้นท์ และ โปรแกรมหอพัก ที่ช่วยจัดการงานหลังเปิดให้บริการไว้ในระบบเดียว ตั้งแต่ข้อมูลห้องและผู้เช่า การจัดการสัญญา การจดมิเตอร์น้ำ–ไฟ การออกบิลค่าเช่า ไปจนถึงการติดตามสถานะการชำระเงิน ช่วยลดการทำงานซ้ำและลดการพึ่งพาเอกสารหรือไฟล์หลายชุด

สำหรับเจ้าของที่กำลังเริ่มลงทุน การวางระบบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การบริหารมีมาตรฐานมากขึ้น และเมื่อธุรกิจมีจำนวนห้องหรือผู้เช่าเพิ่มขึ้น ก็สามารถใช้ข้อมูลในระบบเพื่อบริหารต่อได้ โดยไม่ต้องกลับมาเริ่มจัดระเบียบข้อมูลใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม กฎหมายและเงื่อนไขการลงทุนควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ เพราะรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติตามอาจแตกต่างกันตามลักษณะอาคาร จำนวนห้อง รูปแบบการประกอบกิจการ และพื้นที่ตั้ง การมีระบบบริหารจึงเป็นตัวช่วยด้านการจัดการธุรกิจ แต่ไม่ได้ทดแทนการตรวจสอบข้อกฎหมายหรือการขออนุญาตที่จำเป็น

สรุป หอพักกับอพาร์ทเมนท์ต่างกันอย่างไร เลือกให้เหมาะทั้งกลุ่มผู้เช่า กฎหมาย และแผนธุรกิจ

หอพักต่างจากอพาร์ทเม้นท์หลายด้าน ไม่ได้มีเพียงชื่อเรียกหรือกลุ่มลูกค้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับสถานะทางกฎหมาย การขออนุญาต และรูปแบบการบริหาร โดยเฉพาะหอพักที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 โดยตรง ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ต้องพิจารณากฎหมายหลายส่วนตามลักษณะกิจการและอาคาร ก่อนลงทุนจึงควรตรวจสอบรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้วางโครงการได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ไม่ว่าจะเลือกทำหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ การเตรียมระบบหลังบ้านไว้ตั้งแต่เริ่มต้นก็ช่วยรองรับการเติบโตในอนาคตได้ Horga Apartment คือระบบที่ช่วยจัดการข้อมูลห้องพัก ผู้เช่า สัญญาเช่า รายการเรียกเก็บ และการชำระเงินไว้ในระบบเดียว ทำให้เจ้าของวางโครงสร้างข้อมูลได้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก และพร้อมรองรับเมื่อจำนวนห้องหรือผู้เช่าเพิ่มขึ้นในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หอพักกับอพาร์ทเมนท์ต่างกันอย่างไร ?

ทั้งสองรูปแบบเป็นที่พักให้เช่า แต่การประกอบกิจการอาจอยู่ภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน จึงควรพิจารณาทั้งลักษณะการให้เช่า ประเภทผู้พักอาศัย จำนวนห้อง และลักษณะอาคารก่อนตัดสินใจลงทุน

ก่อนสร้างหอพักควรตรวจสอบกฎหมายและข้อกำหนดเรื่องใดบ้าง?

ก่อนสร้างหอพักควรตรวจสอบเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน การก่อสร้างและดัดแปลงอาคาร รวมถึงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการในพื้นที่ เพื่อให้การออกแบบและดำเนินโครงการเป็นไปตามข้อกำหนด โดยควรสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้เชี่ยวชาญให้ตรงกับรายละเอียดของโครงการ

เจ้าของหอพักมือใหม่ควรเริ่มจัดระบบบริหารตั้งแต่เมื่อไหร่?

Horga Apartment คือ โปรแกรมหอพักที่ช่วยจัดการข้อมูลสำคัญตั้งแต่ห้องพัก ผู้เช่า สัญญาเช่า ไปจนถึงค่าเช่าและการชำระเงิน เจ้าของหอพักจึงสามารถวางโครงสร้างการบริหารไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดให้เช่า และใช้ข้อมูลต่อเนื่องเมื่อเริ่มมีผู้เช่า ช่วยลดปัญหาต้องเปลี่ยนจากการจดมือมาเป็นระบบในภายหลัง

หลังรู้ว่า ความแตกต่างหอพักกับอพาร์ทเมนท์ แล้ว ต้องจัดการทั้งมิเตอร์ บิล และการชำระเงินอย่างไรให้ไม่ต้องทำงานซ้ำ?

Horga Apartment คือ ระบบบริหารหอพักที่ช่วยจัดการการจดมิเตอร์ ออกบิลค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และติดตามสถานะการชำระเงินในระบบเดียว ทำให้เจ้าของหอพักลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูลซ้ำและการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมตรวจสอบข้อมูลของแต่ละห้องได้สะดวกขึ้น

หากเคยรู้จัก Horganice ในฐานะระบบบริหารหอพัก ปัจจุบันต้องเรียกว่าอะไร?

Horga Apartment คือชื่อปัจจุบันของผลิตภัณฑ์ที่เดิมใช้ชื่อ Horganice โดย Horganice ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Horga Apartment ดังนั้นหากพบข้อมูลหรือเนื้อหาเดิมที่กล่าวถึง Horganice ในเรื่องการบริหารหอพัก ให้เข้าใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกับ Horga Apartment

Scroll to Top