เจ้าของหอพักหลายคนเริ่มต้นธุรกิจด้วยการโฟกัสเรื่องห้องพัก ผู้เช่า และการจัดเก็บค่าเช่า แต่กลับมารู้ตัวอีกครั้งเมื่อถึงช่วงยื่นภาษี เพราะไม่แน่ใจว่ารายได้จากหอพักต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ต้องยื่นแบบไหน หรือเอกสารที่เก็บไว้เพียงพอหรือไม่ หากเตรียมข้อมูลไม่ครบ อาจทำให้เสียค่าปรับ เสียภาษีเกินความจำเป็น หรือเสียเวลาในการรวบรวมเอกสารย้อนหลัง
แม้เรื่องภาษีจะดูซับซ้อนสำหรับเจ้าของหอพักมือใหม่ แต่หากมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นปี การ ยื่นภาษีหอพัก ก็จะง่ายขึ้นมาก บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหอพัก เอกสารที่ต้องเตรียม รวมถึงข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้คุณยื่นภาษีหอพักได้อย่างถูกต้องและมั่นใจมากขึ้น
รายได้จากหอพักถือเป็นเงินได้ประเภทใด
ก่อนคำนวณภาษีหอพัก สิ่งสำคัญที่เจ้าของหอพักควรทำความเข้าใจคือ รายได้จากหอพักไม่ได้อยู่ในเงินได้ประเภทเดียวทั้งหมด แต่จะพิจารณาจากลักษณะการดำเนินกิจการว่าเป็นเพียงการให้เช่าทรัพย์สิน หรือเป็นการประกอบธุรกิจที่มีการให้บริการเพิ่มเติม ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีและการหักค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน
เงินได้จากการให้เช่าห้องพัก (มาตรา 40(5))
หากหอพักของคุณเปิดให้เช่ารายเดือนหรือรายปี มีสัญญาเช่า และไม่มีบริการเพิ่มเติมในลักษณะของโรงแรม เช่น ไม่มีบริการทำความสะอาดห้อง เปลี่ยนชุดเครื่องนอนเป็นประจำ หรือมีพนักงานให้บริการตลอดการเข้าพัก โดยทั่วไป รายได้ที่ได้รับจะเข้าลักษณะเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา 40(5) ซึ่งเป็นประเภทที่เจ้าของหอพักและอพาร์ตเมนต์ส่วนใหญ่เข้าข่าย
เงินได้จากการให้บริการ (มาตรา 40(8))
หากกิจการไม่ได้เป็นเพียงการให้เช่าห้องพัก แต่มีบริการเพิ่มเติม เช่น เปิดให้เช่ารายวัน มีบริการทำความสะอาด เปลี่ยนผ้าปูที่นอน มีพนักงานต้อนรับ หรือให้บริการอื่นในลักษณะใกล้เคียงกับโรงแรม รายได้อาจเข้าลักษณะเงินได้จากการประกอบธุรกิจหรือการให้บริการตามมาตรา 40(8) ทั้งนี้ควรพิจารณาข้อเท็จจริงของกิจการแต่ละแห่งตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภาษี
รายได้จากหอพักต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
เมื่อดำเนินธุรกิจหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่า นอกจากภาษีเงินได้แล้ว เจ้าของกิจการอาจมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภาษีประเภทอื่นตามลักษณะของกิจการและรูปแบบการดำเนินงาน การทำความเข้าใจหน้าที่ทางภาษีแต่ละประเภทจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการยื่นภาษีผิดพลาด และหลีกเลี่ยงค่าปรับหรือเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้น
ภาษีเงินได้
เจ้าของหอพักที่มีหน้าที่เสียภาษีตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ให้ถูกต้องตามกำหนด โดยรูปแบบการยื่นภาษีจะแตกต่างกันตามประเภทของผู้ประกอบการ
- หากดำเนินกิจการในนามบุคคลธรรมดา โดยเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด อาจมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับภาษีครึ่งปี และ ภ.ง.ด.90 สำหรับภาษีสิ้นปี
- ส่วนผู้ที่จดทะเบียนเป็น นิติบุคคล จะต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามรอบบัญชีของกิจการ ได้แก่ ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 ซึ่งการคำนวณภาษีจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของกิจการ รายได้ และค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
โดยทั่วไป การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างไรก็ตาม หากกิจการมีรายได้จากการให้บริการหรือกิจกรรมอื่นที่เข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมาย และมีรายรับที่ต้องนำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มเกินเกณฑ์ที่กำหนด อาจมีหน้าที่จดทะเบียน VAT ทั้งนี้ การพิจารณาว่ารายได้ประเภทใดต้องนำมารวมคำนวณ VAT ควรอ้างอิงหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรหรือปรึกษานักบัญชี เนื่องจากรายละเอียดอาจแตกต่างกันตามลักษณะของกิจการ
ข้อควรรู้: เจ้าของหอพักหลายแห่งมีทั้งรายได้ที่ได้รับยกเว้น VAT และรายได้ที่อาจอยู่ในบังคับของ VAT ดังนั้นควรแยกประเภทรายได้ให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มบันทึกบัญชี
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย อาจมีหน้าที่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประจำทุกปี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บ อัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภทการใช้ประโยชน์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปี ดังนั้นเจ้าของกิจการควรตรวจสอบหนังสือแจ้งการประเมินภาษีทุกปี เพื่อชำระภาษีภายในกำหนดเวลา
อากรแสตมป์
สัญญาเช่าบางกรณีอาจมีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าของหอพักจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของสัญญาและวิธีการชำระอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง
ภาษีป้าย
หากหอพักมีป้ายชื่อกิจการหรือป้ายโฆษณาที่เข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เจ้าของกิจการอาจมีหน้าที่เสียภาษีป้าย โดยอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และลักษณะของป้าย ก่อนติดตั้งป้ายใหม่หรือเปลี่ยนรูปแบบป้าย ควรตรวจสอบข้อกำหนดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้ดำเนินการได้ถูกต้อง

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีหอพัก
การเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่ต้นปี จะช่วยให้การยื่นภาษีหอพักเป็นเรื่องง่ายขึ้น ลดเวลาการรวบรวมข้อมูลในช่วงใกล้กำหนด และช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณรายได้หรือค่าใช้จ่าย โดยเจ้าของหอพักควรจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบและแยกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังหรือส่งต่อให้นักบัญชีได้สะดวก
เอกสารรายรับ
เอกสารส่วนนี้ใช้สำหรับสรุปรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าห้องพักหรือรายได้จากบริการอื่น การบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบยอดรายรับเป็นประจำ จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลเมื่อถึงรอบยื่นภาษี
- รายงานสรุปรายได้จากค่าเช่าห้องพัก
- รายได้จากค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ หรือบริการอื่น ๆ
- สัญญาเช่าห้องพัก
- ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการโอนเงินจากผู้เช่า
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) กรณีผู้เช่าเป็นบริษัทหรือนิติบุคคล
- เอกสารรายได้อื่น ๆ (ถ้ามี)
คำแนะนำ: หากใช้ระบบบริหารจัดการหอพักที่สามารถบันทึกรายรับและออกใบแจ้งหนี้ได้อัตโนมัติ จะช่วยลดเวลาการรวบรวมข้อมูลและลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลด้วยตนเอง
เอกสารค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
หากเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง ควรเก็บใบเสร็จและหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง เนื่องจากเอกสารเหล่านี้ใช้ยืนยันค่าใช้จ่ายของกิจการต่อกรมสรรพากรได้ นอกจากนี้ การจัดเก็บเอกสารอย่างครบถ้วนยังช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายหรือใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
- ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าสาธารณูปโภค
- ใบเสร็จค่าซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาหอพัก
- หลักฐานการจ่ายค่าจ้างพนักงานหรือผู้ดูแลหอพัก
- หนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ
- หนังสือรับรองการลงทุน เช่น SSF, RMF หรือ Thai ESG
- หนังสือรับรองดอกเบี้ยบ้าน (ถ้ามี)
- หลักฐานการส่งเงินประกันสังคม
- เอกสารการบริจาคที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้
ข้อควรรู้: ควรแยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากค่าใช้จ่ายของกิจการอย่างชัดเจน เพื่อให้การคำนวณภาษีถูกต้องและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
เอกสารภาษีและเอกสารสำคัญอื่น ๆ
นอกจากเอกสารรายรับและรายจ่ายแล้ว เจ้าของหอพักควรจัดเก็บเอกสารภาษีและเอกสารสำคัญอื่น ๆ ไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษีหอพัก รวมถึงใช้เป็นหลักฐานหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง
- หนังสือแจ้งประเมินและใบเสร็จชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
- สัญญาเช่าที่มีการติดอากรแสตมป์ (หากเข้าเกณฑ์)
- รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย (กรณีจดทะเบียน VAT)
- เอกสารการจดทะเบียนกิจการหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล)
แม้การยื่นภาษีผ่านระบบ e-Filing โดยทั่วไปจะไม่ต้องแนบเอกสารประกอบในขั้นตอนการยื่นแบบ แต่เจ้าของหอพักควรเก็บเอกสารทั้งหมดไว้เป็นหมวดหมู่ และเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากมีการตรวจสอบในภายหลัง
5 ข้อผิดพลาดที่เจ้าของหอพักมือใหม่มักเจอในการยื่นภาษี
เจ้าของหอพักหลายคนไม่ได้ตั้งใจยื่นภาษีผิด แต่ข้อผิดพลาดมักเกิดจากการไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ทางภาษี หรือเริ่มรวบรวมข้อมูลเมื่อใกล้ถึงกำหนดยื่นแบบ ส่งผลให้เอกสารไม่ครบ คำนวณภาษีคลาดเคลื่อน หรือเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยไม่จำเป็น
1. แยกประเภทรายได้ไม่ถูกต้อง
เจ้าของหอพักบางรายนำรายได้ทุกประเภทมารวมกัน โดยไม่ได้แยกค่าเช่าห้องพักออกจากรายได้ที่เกิดจากการให้บริการหรือรายได้อื่น ทำให้การคำนวณภาษีอาจคลาดเคลื่อน และเสียสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
2. ลืมยื่นภาษีตามกำหนด
เจ้าของหอพักมือใหม่จำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าการยื่นภาษีทำเพียงปีละครั้ง จึงอาจลืมกำหนดการยื่นแบบที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับหรือเงินเพิ่ม ดังนั้น ควรเช็กกำหนดการยื่นภาษีของแต่ละปี และเตรียมเอกสารไว้ล่วงหน้า
3. มองข้ามภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง
เจ้าของหอพักหลายรายให้ความสำคัญกับภาษีเงินได้เพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้ตรวจสอบว่ากิจการของตนอาจมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภาษีประเภทอื่นตามกฎหมาย เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย อากรแสตมป์ หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในกรณีที่เข้าเงื่อนไข การตรวจสอบหน้าที่ทางภาษีของกิจการเป็นประจำ จะช่วยลดปัญหาการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
4. เก็บเอกสารไม่ครบหรือไม่เป็นระบบ
การจัดเก็บเอกสารแบบกระจัดกระจาย หรือไม่มีการแยกหมวดหมู่ ทำให้ค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้ยาก และเพิ่มโอกาสที่เอกสารสำคัญจะสูญหาย ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่า ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานค่าใช้จ่าย หรือหนังสือรับรองการหักภาษี หากเอกสารไม่ครบ ก็อาจทำให้คำนวณภาษีผิด หรือเสียสิทธิในการหักค่าใช้จ่าย
5. รอใกล้ยื่นภาษีค่อยเริ่มเตรียมข้อมูล
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือการปล่อยให้ข้อมูลสะสมตลอดทั้งปี แล้วจึงเริ่มรวบรวมเมื่อใกล้ถึงกำหนดยื่นภาษี ส่งผลให้ต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลจำนวนมาก และมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย การบันทึกรายรับ รายจ่าย และจัดเก็บเอกสารอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี จะช่วยให้การยื่นภาษีหอพักง่ายขึ้นและถูกต้องมากกว่าเดิม
Horga Apartment ช่วยให้การเตรียมข้อมูลภาษีง่ายขึ้นอย่างไร
Horga Apartment เป็นระบบจัดการอพาร์ทเม้นท์และหอพักที่ช่วยรวบรวมข้อมูลสำคัญไว้ในที่เดียว ทำให้การตรวจสอบรายรับ รายจ่าย และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการยื่นภาษีเป็นระบบมากขึ้น ช่วยลดงานเอกสารและประหยัดเวลาในการบริหารจัดการ
แยกรายได้แต่ละประเภทได้ชัดเจน
ระบบบริหารจัดการหอพักช่วยแยกรายรับจากค่าเช่าห้องพัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง และค่าบริการอื่น ๆ ออกจากกันอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ตรวจสอบรายได้แต่ละประเภทได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงจากการนำข้อมูลมาปะปนกันเมื่อต้องสรุปรายได้หรือจัดเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีหอพัก
ดูรายงานรายรับและรายจ่ายได้ทันที
Horga Apartment สามารถสรุปรายงานรายรับและรายจ่ายได้ทั้งรายเดือนและรายปี ช่วยให้เจ้าของหอพักตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้สะดวก และลดเวลาการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เมื่อต้องจัดเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นภาษีหอพักหรือส่งต่อให้สำนักงานบัญชี
จัดเก็บข้อมูลผู้เช่าและสัญญาไว้ในที่เดียว
ระบบช่วยจัดเก็บข้อมูลผู้เช่า สัญญาเช่า ประวัติการชำระเงิน และเอกสารสำคัญไว้ในระบบเดียว ทำให้ค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้สะดวก ลดความเสี่ยงจากเอกสารสูญหาย และช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วเมื่อต้องใช้อ้างอิง
ช่วยติดตามรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ VAT
หากหอพักมีรายได้หลายประเภท ระบบบริหารจัดการหอพักจะช่วยแยกข้อมูลรายรับไว้เป็นหมวดหมู่ ทำให้ตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาร่วมกับนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีได้ง่าย
ลดงานเอกสารและลดความผิดพลาด
การออกใบแจ้งหนี้ บันทึกการรับชำระ และจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ ช่วยลดการทำงานซ้ำ ลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลด้วยตนเอง และทำให้ข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เมื่อต้องเตรียมเอกสารสำหรับยื่นภาษีหอพัก หรือส่งต่อให้สำนักงานบัญชี ก็สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้สะดวกยิ่งขึ้น
ลดเวลารวบรวมเอกสารก่อนยื่นภาษี ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
สรุป
การทำความเข้าใจเรื่องภาษีหอพักตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้เจ้าของหอพักปฏิบัติตามหน้าที่ทางภาษีได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากค่าปรับหรือเงินเพิ่ม และวางแผนการเงินของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบยังช่วยให้ตรวจสอบผลประกอบการของกิจการและวางแผนการเติบโตในระยะยาวได้ง่ายขึ้น
สำหรับเจ้าของหอพักที่ต้องการลดภาระการจัดการเอกสารและรวบรวมข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ การใช้ระบบบริหารหอพัก หรือ โปรแกรมอพาร์ทเม้นท์ เช่น Horga Apartment สามารถช่วยให้การติดตามรายรับ รายจ่าย และข้อมูลผู้เช่าเป็นระเบียบมากขึ้น ทำให้การเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีหอพักในแต่ละปีสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
FAQ
เจ้าของหอพักต้องยื่นภาษีเมื่อมีรายได้เท่าไร?
หากมีรายได้จากการให้เช่าหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ ควรตรวจสอบว่ามีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือไม่ แม้ในบางกรณีภาษีที่ต้องชำระอาจเป็นศูนย์ แต่การยื่นแบบยังคงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ และค่าไฟ ต้องยื่นภาษีรวมกันหรือแยกกัน?
ขึ้นอยู่กับลักษณะของรายได้ เนื่องจากค่าเช่าห้องพักและรายได้จากบริการบางประเภทอาจอยู่คนละประเภทของเงินได้ การแยกประเภทรายได้ให้ถูกต้องจะช่วยให้คำนวณภาษีได้อย่างเหมาะสม
เจ้าของหอพักเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมากับหักตามจริง แบบไหนดีกว่า?
ไม่มีคำตอบที่เหมาะกับทุกกิจการ เพราะขึ้นอยู่กับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง หากมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก การหักตามจริงอาจคุ้มกว่า แต่หากค่าใช้จ่ายไม่สูง การหักแบบเหมาอาจสะดวกและเหมาะสมกว่า
หากยื่นภาษีหอพักล่าช้าจะมีผลอย่างไร?
การยื่นภาษีเกินกำหนดอาจมีค่าปรับและเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ควรตรวจสอบกำหนดเวลาการยื่นภาษีในแต่ละปี และเตรียมเอกสารให้พร้อมล่วงหน้า
ใช้โปรแกรมบริหารหอพักช่วยเตรียมข้อมูลภาษีหอพักได้หรือไม่?
ได้ โปรแกรมบริหารหอพัก หรือ โปรแกรมอพาร์ทเม้นท์ สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลรายรับ รายจ่าย ประวัติการชำระเงิน และรายงานต่าง ๆ ไว้ในระบบเดียว ทำให้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและเตรียมเอกสารสำหรับยื่นภาษีได้สะดวกยิ่งขึ้น
หมายเหตุ: ข้อมูลด้านภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายหรือประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานราชการ หรือปรึกษานักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: อ้างอิงจาก กรมสรรพากร, พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น