กฎหมายเช่าหอพัก และ สัญญาเช่าหอพัก เรื่องสำคัญที่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าต้องทำความเข้าใจ ก่อนที่จะทำการปล่อยเช่า

กฎหมายเช่าหอพัก มีรายละเอียดหลายด้านที่ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าควรทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่อง สัญญาเช่าหอพัก ค่าเช่า เงินประกัน ค่าน้ำ-ค่าไฟ สิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหอพักและอพาร์ทเมนท์

ปัจจุบันนอกจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว ยังมีประกาศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2568 และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ประกาศต้องจัดทำสัญญาตามแบบมาตรฐานของ สคบ. โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับค่าเช่า เงินประกัน และค่าน้ำ-ค่าไฟที่ควรตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนนำมาใช้จริง

1.ข้อมูลที่ควรระบุใน สัญญาเช่าหอพัก

ระบุรายละเอียดของชื่อและข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วนและชัดเจน โดยควรมีข้อมูลของผู้ทำสัญญาทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า

  1. ชื่อ-นามสกุล: ระบุชื่อ-นามสกุลของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าให้ตรงกับเอกสารประจำตัว
  2. ชื่อเล่น: (ถ้ามี) สามารถระบุชื่อเล่นเพื่อความสะดวกในการเรียกขาน
  3. เลขที่บัตรประชาชน: ระบุข้อมูลที่จำเป็นสำหรับยืนยันตัวตนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  4. ที่อยู่ปัจจุบัน: ระบุที่อยู่สำหรับติดต่อให้ชัดเจน
  5. เบอร์โทรศัพท์: ระบุเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้สะดวก
  6. อีเมล: (ถ้ามี) ระบุอีเมลเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร
  7. ลายเซ็น: ทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าควรลงนามในสัญญา พร้อมระบุวันที่ลงนาม

ความสำคัญของการระบุข้อมูลให้ถูกต้องตาม กฎหมายเช่าหอพัก

  • การติดต่อสื่อสาร: ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก
  • การแก้ไขปัญหา: หากเกิดปัญหาขึ้น จะสามารถติดต่อคู่สัญญาได้
  • หลักฐานทางกฎหมาย: สัญญาเช่าที่มีข้อมูลของคู่สัญญาชัดเจนเป็นหลักฐานสำคัญเมื่อเกิดข้อพิพาท

ข้อควรระวัง:

  • ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง: ก่อนลงนามในสัญญา ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนอีกครั้ง
  • เก็บสำเนาสัญญา: ทั้งสองฝ่ายควรเก็บสัญญาไว้เป็นหลักฐาน
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูล: หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำหรับติดต่อ ควรแจ้งอีกฝ่ายให้ทราบ

ระบุรายละเอียดของสถานที่ เลขที่ตั้ง และรายละเอียดของทรัพย์สินที่เช่าให้ชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนทุกครั้งที่ทำเอกสาร

  1. ชื่ออาคารหรือหอพัก: ระบุชื่ออาคารหรือหอพักให้ถูกต้อง
  2. เลขที่: ระบุเลขที่อาคารหรือสถานที่
  3. ชั้น: ระบุชั้นที่ห้องพักตั้งอยู่
  4. หมายเลขห้อง: ระบุหมายเลขห้องพักให้ชัดเจน
  5. ที่อยู่: ระบุที่อยู่ของอาคารหรือหอพักให้ละเอียด

รายละเอียดทรัพย์สินที่เช่า

  1. ประเภทของห้อง: ระบุว่าเป็นห้องพักประเภทใด
  2. ขนาดห้อง: ระบุขนาดของห้องเป็นตารางเมตร
  3. สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง: เช่น แอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น และเฟอร์นิเจอร์
  4. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง: เช่น ที่จอดรถ ฟิตเนส หรือพื้นที่ส่วนกลาง
  5. สภาพของทรัพย์สิน: ระบุสภาพของห้องและทรัพย์สิน ณ วันที่ทำสัญญา
  6. กุญแจ: ระบุจำนวนกุญแจหรืออุปกรณ์ที่ส่งมอบ
  7. ที่จอดรถ: (ถ้ามี) ระบุสิทธิหรือจำนวนที่จอดรถที่ได้รับ

2.ความสำคัญของการระบุรายละเอียดตาม กฎหมายเช่าหอพัก ให้ชัดเจน

  • ป้องกันข้อพิพาท: ช่วยลดความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องทรัพย์สินและสภาพห้อง
  • เป็นหลักฐาน: ใช้ประกอบการตรวจสอบเมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทรัพย์สิน
  • อำนวยความสะดวกในการติดต่อ: ข้อมูลสถานที่ที่ชัดเจนช่วยให้คู่สัญญาเข้าใจตรงกัน

ข้อควรระวัง:

  • ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง: ก่อนลงนามควรตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด
  • ถ่ายเอกสารสัญญา: เก็บสัญญาไว้เป็นหลักฐาน
  • บันทึกสภาพห้อง: หากมีทรัพย์สินหรือเฟอร์นิเจอร์ ควรมีรายการและภาพประกอบก่อนส่งมอบ

ระบุระยะเวลาการเช่า ผู้จัดทำสัญญาควรระบุวัน เดือน ปี ของวันที่เริ่มทำสัญญาและวันที่สิ้นสุดสัญญาให้ครบถ้วน

ความสำคัญของการระบุวัน เดือน ปี ในสัญญาให้ชัดเจน

  • ความชัดเจน: ทำให้ผู้เช่าและผู้ให้เช่าทราบระยะเวลาของสัญญาตรงกัน
  • ป้องกันข้อพิพาท: ช่วยลดปัญหาเรื่องการต่ออายุหรือการสิ้นสุดสัญญา
  • หลักฐานทางกฎหมาย: เป็นข้อมูลสำคัญเมื่อเกิดข้อพิพาท
  • การวางแผน: ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนการอยู่อาศัยและการบริหารทรัพย์สินได้

3.ตัวอย่างการระบุระยะเวลาการเช่า

สัญญาฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567

นอกจากนี้ สัญญาเช่ายังควรระบุเงื่อนไขอื่นๆ เกี่ยวกับระยะเวลาการเช่า เช่น:

  • การต่ออายุสัญญา: ระบุว่าสามารถต่ออายุสัญญาได้หรือไม่
  • การยกเลิกสัญญา: ระบุเงื่อนไขและขั้นตอนในการบอกเลิกสัญญา โดยต้องไม่ขัดต่อกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญานั้น
  • กรณีสัญญาสิ้นสุด: ระบุวันที่สิ้นสุดและขั้นตอนการส่งมอบห้องหรือทรัพย์สินคืน

ข้อควรระวัง:

  • อ่านสัญญาให้ละเอียด: ก่อนลงนามควรอ่านเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาการเช่าให้เข้าใจ
  • สอบถามข้อสงสัย: หากไม่เข้าใจเงื่อนไขใดควรสอบถามให้ชัดเจน
  • เก็บสำเนาสัญญา: เก็บสัญญาไว้เป็นหลักฐาน

ระบุรายละเอียดของเงินค่ามัดจำ ค่าเช่า เงินประกัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผู้เช่าจะต้องจ่าย โดยควรระบุจำนวนเงิน วิธีการคำนวณ และวิธีการชำระเงินให้ชัดเจน

สำหรับธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญาของ สคบ. การเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันรวมกันต้องไม่เกิน 3 เดือนของอัตราค่าเช่ารายเดือน และเมื่อสัญญาสิ้นสุด หากไม่มีความเสียหายที่ผู้เช่าต้องรับผิด ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

4.รายละเอียดที่ควรระบุใน สัญญาเช่าหอพัก

  • ค่าเช่า:
    • จำนวนเงิน: ระบุจำนวนเงินค่าเช่าต่อเดือนให้ชัดเจน
    • วิธีการชำระ: ระบุวันและวิธีการชำระค่าเช่า
    • ช่องทางการชำระ: เช่น โอนเงินหรือชำระผ่านช่องทางที่กำหนด
  • เงินประกัน:
    • จำนวนเงิน: ระบุจำนวนเงินประกัน
    • วัตถุประสงค์: ระบุว่าประกันในเรื่องใด
    • เงื่อนไขการคืน: ระบุหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการคืนเงิน
  • ค่ามัดจำ: หากมีการเรียกเก็บ ควรระบุให้ชัดเจนว่าคือค่าใช้จ่ายประเภทใด และมีเงื่อนไขอย่างไร
  • ค่าส่วนกลาง: ระบุจำนวนเงินและรายละเอียดของบริการที่ครอบคลุม
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: เช่น ค่าที่จอดรถ หรือค่าอินเทอร์เน็ต หากมี

5.วิธีการชำระเงินที่ชัดเจน

  • ช่องทางการชำระ: ระบุช่องทางที่ผู้เช่าสามารถชำระได้
    • โอนเงิน: ระบุข้อมูลบัญชีที่ใช้รับชำระ
    • ชำระผ่านแอปพลิเคชัน: ระบุช่องทางที่ใช้
    • ชำระเป็นเงินสด: ระบุสถานที่และขั้นตอน
  • ใบเสร็จรับเงิน: ระบุวิธีการออกหลักฐานการชำระเงินให้ชัดเจน

ตัวอย่างข้อความใน สัญญาเช่าหอพัก

  • ค่าเช่า: ผู้เช่าตกลงจะชำระค่าเช่าเดือนละ 5,000 บาท โดยชำระภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ผ่านบัญชีธนาคารตามที่ระบุในสัญญา
  • เงินประกัน: ผู้เช่าวางเงินประกันตามจำนวนที่ระบุในสัญญา โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ค่าส่วนกลาง: ผู้เช่าต้องชำระค่าส่วนกลางเดือนละ 300 บาท หากมีการเรียกเก็บ โดยระบุรายละเอียดของบริการที่รวมอยู่ให้ชัดเจน

ข้อควรระวัง

  • อ่านสัญญาให้ละเอียด: ก่อนลงนามควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • สอบถามข้อสงสัย: หากไม่เข้าใจรายการใดควรสอบถามให้ชัดเจน
  • เก็บสำเนาสัญญา: เก็บสัญญาและหลักฐานการชำระเงิน
  • ใบเสร็จรับเงิน: เก็บหลักฐานทุกครั้งที่ชำระค่าใช้จ่าย

ระบุรายละเอียดอัตราค่าสาธารณูปโภค อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ผู้เช่าต้องชำระ ควรระบุให้ครบถ้วนและชัดเจน

ปัจจุบันเรื่องค่าน้ำและค่าไฟเป็นประเด็นสำคัญของสัญญาเช่าที่อยู่อาศัย โดยประกาศควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ประกาศเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟไม่เกินอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ และต้องระบุวิธีคำนวณไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน

6.รายละเอียดค่าสาธารณูปโภคที่ควรระบุในตาม กฎหมายเช่าหอพัก

  • วิธีการคำนวณค่าใช้จ่าย:
    • ค่าน้ำ/ค่าไฟ: ระบุวิธีคำนวณและหน่วยที่ใช้คิดค่าใช้จ่าย
    • ค่าอินเทอร์เน็ต: ระบุว่ารวมอยู่ในค่าเช่าหรือเรียกเก็บแยก
    • ค่าส่วนกลาง: ระบุว่ารวมอยู่ในค่าเช่าหรือไม่ และครอบคลุมบริการใดบ้าง
  • การชำระค่าใช้จ่าย:
    • กำหนดวันชำระ: ระบุวันที่ต้องชำระ
    • ช่องทางการชำระ: ระบุว่าจะชำระพร้อมค่าเช่าหรือแยกต่างหาก
  • ใบเสร็จรับเงิน: ระบุวิธีการออกหลักฐานการชำระเงิน

ตัวอย่างข้อความในสัญญา

  • ค่าน้ำค่าไฟ: ผู้เช่าจะชำระค่าน้ำและค่าไฟตามวิธีการคำนวณที่ระบุในสัญญา โดยแจ้งยอดให้ผู้เช่าทราบ
  • ค่าอินเทอร์เน็ต: ค่าบริการอินเทอร์เน็ตจะรวมอยู่ในค่าเช่าแล้ว หากเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา
  • ค่าส่วนกลาง: ผู้เช่าต้องชำระค่าส่วนกลางเดือนละ 300 บาท หากมีการเรียกเก็บ โดยระบุรายละเอียดของบริการให้ชัดเจน

ข้อควรระวังเพิ่มเติม

  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: หากมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าที่จอดรถ หรือค่าบริการอื่น ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญา
  • การปรับขึ้นค่าใช้จ่าย: ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาและกฎหมายที่ใช้บังคับ
  • การแบ่งปันค่าใช้จ่าย: หากมีผู้เช่าหลายคน ควรระบุวิธีแบ่งค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน
  • การตรวจสอบมิเตอร์: ควรมีข้อมูลการอ่านมิเตอร์หรือหลักฐานประกอบการคำนวณ เพื่อให้ตรวจสอบยอดได้

ระบุรายละเอียดความรับผิดชอบของผู้เช่าในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือสูญหายต่อทรัพย์สินต่าง ๆ ของหอพัก โดยควรเขียนให้ชัดเจนและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

ผู้เช่าอาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการกระทำหรือความประมาทของตนเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ควรเขียนข้อความให้ผู้เช่าต้องรับผิดในทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะความเสียหายจากการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติไม่ควรถูกนำมาคิดเป็นความเสียหายของผู้เช่า และการหักเงินประกันควรมีหลักฐานรองรับตามเงื่อนไขของสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

7.โดยทั่วไปแล้ว ความผิดของคู่สัญญาใน สัญญาเช่าหอพัก อาจเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ดังนี้

ความผิดของผู้เช่า
  • ไม่ชำระค่าเช่าตามกำหนด: ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าตามจำนวนเงินและกำหนดเวลาที่ตกลงกัน
  • ทำลายทรัพย์สิน: หากผู้เช่าทำทรัพย์สินเสียหายจากการกระทำหรือความประมาท ผู้เช่าอาจต้องรับผิดชอบตามความเสียหายที่เกิดขึ้น
  • ใช้ทรัพย์สินไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์: ผู้เช่าควรใช้ทรัพย์สินตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่ตกลงกัน
  • รบกวนผู้อื่น: ผู้เช่าควรปฏิบัติตามกฎการอยู่อาศัยและไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
  • ไม่แจ้งให้ทราบเมื่อจะย้ายออก: หากสัญญากำหนดให้แจ้งล่วงหน้า ผู้เช่าควรปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว
ตาม กฎหมายเช่าหอพัก ความผิดของผู้ให้เช่า
  • ไม่ส่งมอบทรัพย์สินให้เช่าตามสัญญา: ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์สินตามข้อตกลง
  • รบกวนการอยู่อาศัยของผู้เช่า: ผู้ให้เช่าควรเคารพสิทธิในการใช้ทรัพย์สินของผู้เช่าตามสัญญาและกฎหมาย
  • ไม่ซ่อมแซมทรัพย์สินที่ชำรุด: ผู้ให้เช่ามีหน้าที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษาทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและสัญญา
  • เปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขโดยไม่ชอบ: การเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปตามสัญญาและกฎหมายที่ใช้บังคับ

ผลของการผิดสัญญา

  • การบอกเลิกสัญญา: ต้องพิจารณาตามประเภทของสัญญา เหตุแห่งการผิดสัญญา และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
  • การเรียกค่าเสียหาย: ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายอาจมีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามกฎหมาย
  • การฟ้องร้อง: หากไม่สามารถตกลงกันได้ อาจเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

การระบุรายละเอียดความผิดของคู่สัญญาในสัญญาเช่า ควรระบุให้ชัดเจนและไม่กำหนดเงื่อนไขที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ระบุรายละเอียดการต่อเติม แก้ไขทรัพย์สินที่เช่า ให้ผู้เช่าทราบว่าสามารถต่อเติม แก้ไข หรือก่อสร้างทรัพย์สินใด ๆ ได้หรือไม่

โดยทั่วไปผู้เช่าไม่ควรทำการต่อเติม แก้ไข หรือก่อสร้างบนทรัพย์สินที่เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ให้เช่า เพราะอาจกระทบต่อทรัพย์สิน โครงสร้างอาคาร หรือข้อกำหนดตามกฎหมายอาคาร

กฎหมายเช่าหอพัก ที่เกี่ยวข้องกับหอพัก

  1. พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558 เป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับกิจการหอพักตามนิยามและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยเกี่ยวข้องกับเรื่องการขออนุญาตประกอบกิจการ การจัดการหอพัก และการคุ้มครองผู้พักในหอพักที่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้
    • การขอใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก: ผู้ที่ประกอบกิจการหอพักตามขอบเขตของกฎหมายต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และขออนุญาตจากนายทะเบียน
    • การกำกับดูแลผู้พัก: กฎหมายมีข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้พัก ผู้จัดการหอพัก และการดูแลผู้พัก
    • มาตรฐานหอพัก: ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอาคาร ความปลอดภัย และการจัดการตามที่กฎหมายกำหนด
    หมายเหตุ: ไม่ใช่อพาร์ทเมนท์หรือห้องเช่าทุกแห่งจะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ. 2558 ต้องพิจารณาว่าเข้าข่าย “หอพัก” ตามนิยามและเงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่
  2. พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522กฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ในอาคารชุด โดยจะมีประเด็นเรื่องกรรมสิทธิ์ร่วม พื้นที่ส่วนกลาง และการบริหารจัดการอาคารชุด ซึ่งแตกต่างจากกรณีอาคารที่เจ้าของรายเดียวประกอบธุรกิจให้เช่า
  3. กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและประกาศควบคุมสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยสำหรับธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำสัญญาตามแบบมาตรฐานและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เช่น การระบุวิธีคำนวณค่าน้ำ-ค่าไฟ การเรียกเก็บเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า และการคืนเงินประกัน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ว่าด้วยเรื่อง สัญญาเช่าหอพัก

ถือเป็นกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการเช่าทรัพย์สินในประเทศไทย โดยมีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และการสิ้นสุดของสัญญาเช่า ดังนั้น การทำสัญญาเช่าหอพักหรืออพาร์ทเมนท์ควรพิจารณาหลักเกณฑ์ของกฎหมายนี้ร่วมกับกฎหมายและประกาศอื่นที่ใช้บังคับกับธุรกิจนั้น

ประเด็นสำคัญในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใน กฎหมายเช่าหอพัก

  1. นิยามของสัญญาเช่า
    • มาตรา 537 กำหนดหลักเกี่ยวกับสัญญาเช่า โดยผู้ให้เช่ายอมให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินชั่วระยะเวลา และผู้เช่าตกลงให้ค่าเช่า
  2. หน้าที่ของผู้ให้เช่า
    • ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินและดำเนินการตามหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เช่าตามกฎหมายและสัญญา
  3. หน้าที่ของผู้เช่า
    • ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าตามข้อตกลง และใช้ทรัพย์สินตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของสัญญา
  4. การบอกเลิกสัญญาเช่า
    • การบอกเลิกสัญญาต้องพิจารณาประเภทของสัญญา ระยะเวลาที่กำหนดไว้ เหตุแห่งการผิดสัญญา และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปว่าเมื่อมีการค้างค่าเช่าแล้วผู้ให้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันทีในทุกกรณี
  5. สิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อไม่มีระยะเวลาแน่นอน
    • กรณีสัญญาเช่าไม่ได้กำหนดระยะเวลา ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์เรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายและลักษณะของการชำระค่าเช่า
  6. การโอนสิทธิการเช่า
    • การให้เช่าช่วงหรือการโอนสิทธิการเช่าต้องพิจารณาตามสัญญาและบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  7. การทำสัญญาเช่า
    • หากเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปี มีหลักเกณฑ์เรื่องการจดทะเบียนตามมาตรา 538

การบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)

การบอกเลิกสัญญาเช่ามีรายละเอียดแตกต่างกันตามประเภทของสัญญาและเหตุแห่งการบอกเลิก จึงควรพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป

หลักการทั่วไปเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาใน ป.พ.พ.

  1. การบอกเลิกสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาหากสัญญากำหนดระยะเวลาแน่นอน โดยทั่วไปสัญญาจะสิ้นสุดเมื่อครบกำหนด แต่การบอกเลิกก่อนกำหนดอาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีเหตุหรือสิทธิตามสัญญาหรือกฎหมาย
  2. การบอกเลิกสัญญาที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาหากเป็นสัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา การบอกเลิกต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายเกี่ยวกับการบอกกล่าวล่วงหน้าและงวดการชำระค่าเช่า
  3. การบอกเลิกสัญญากรณีมีการผิดสัญญาหากอีกฝ่ายผิดสัญญา ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายอาจมีสิทธิใช้สิทธิบอกเลิกหรือเรียกค่าเสียหายได้ แต่ต้องพิจารณาว่าการผิดสัญญาและขั้นตอนการบอกเลิกเข้าเงื่อนไขของกฎหมายและสัญญาหรือไม่
  4. การบอกเลิกสัญญากรณีความเสียหายหากทรัพย์สินหรือการเช่าได้รับผลกระทบจากเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ สิทธิในการบอกเลิกต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปว่าเหตุสุดวิสัยทุกกรณีทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยกเลิกสัญญาได้ทันที

ประเภทของสัญญาและการบอกเลิกสัญญาใน ป.พ.พ.

  1. สัญญาเช่า
    • หากผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่าอาจใช้สิทธิตามกฎหมายและสัญญาเพื่อดำเนินการต่อไป
    • หากทรัพย์สินมีปัญหาจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ อาจมีสิทธิและวิธีดำเนินการตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง
  2. สัญญาจ้างแรงงาน
    • เป็นสัญญาคนละประเภทกับสัญญาเช่า และไม่ควรนำหลักเกณฑ์การบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานมาใช้กับสัญญาเช่าโดยตรง
  3. สัญญาจ้างทำของ
    • เป็นสัญญาคนละประเภทกับสัญญาเช่าเช่นกัน หากกล่าวถึงควรแยกออกจากหลักเกณฑ์ของสัญญาเช่าทรัพย์

การบอกเลิกสัญญาโดยข้อตกลง

หากคู่สัญญาตกลงกันเรื่องการสิ้นสุดสัญญาไว้ ควรปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือข้อกำหนดที่ใช้บังคับกับสัญญา

พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558

พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558 เป็นกฎหมายเฉพาะที่ใช้กับกิจการที่เข้าข่ายเป็น “หอพัก” ตามนิยามและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ว่าอพาร์ทเมนท์หรือห้องเช่าทุกแห่งจะอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้

ประเด็นสำคัญของพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558

  1. นิยามของหอพัก
    • ต้องพิจารณาตามนิยามและเงื่อนไขของ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ. 2558 ว่าสถานประกอบการเข้าข่ายหรือไม่ ไม่ควรใช้เพียงอายุของผู้พักเป็นเกณฑ์เดียว
  2. การขออนุญาตประกอบกิจการหอพัก
    • ผู้ประกอบกิจการหอพักที่อยู่ภายใต้กฎหมายต้องได้รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  3. ผู้จัดการหอพัก
    • กฎหมายกำหนดหน้าที่และคุณสมบัติของผู้จัดการหอพัก รวมถึงการดูแลผู้พักตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
  4. มาตรฐานความปลอดภัย
    • หอพักต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอาคาร ความปลอดภัย และการจัดการตามที่กฎหมายกำหนด
  5. สิทธิของผู้พัก
    • ผู้พักควรได้รับการดูแลตามสิทธิและมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดสำหรับกิจการหอพัก
  6. บทลงโทษ
    • การประกอบกิจการหรือดำเนินการโดยฝ่าฝืนกฎหมายอาจมีโทษตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บริหารหอพักให้เป็นระบบด้วย Horga Apartment จัดการ สัญญาเช่าหอพัก หลายห้องอย่างไรไม่ให้เอกสารตกหล่น?

เมื่อมีผู้เช่าจำนวนมาก การมีสัญญาที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะเจ้าของหอพักยังต้องจัดการข้อมูลของผู้เช่าแต่ละรายควบคู่กัน เช่น ห้องที่เช่า วันเริ่มสัญญา ระยะเวลาการเช่า และสถานะของผู้เช่า

Horga Apartment คือ โปรแกรมจัดการหอพัก ช่วยให้เจ้าของหอพักจัดการข้อมูลห้องและผู้เช่าในระบบเดียว พร้อมรองรับการจัดทำสัญญาเช่าออนไลน์ผ่าน Template ทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสัญญากับการบริหารห้องและผู้เช่าได้สะดวกขึ้น

แทนที่จะเก็บเอกสารกระจายอยู่หลายโฟลเดอร์หรือค้นหาสัญญาทีละไฟล์ เจ้าของหอพักสามารถจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เช่าและห้องพักผ่านระบบเดียว ช่วยลดงานเอกสารและลดโอกาสที่ข้อมูลจะตกหล่นจากการจัดการด้วยมือ จัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารห้องเช่าได้ในระบบเดียว เช่น

  • จัดเก็บข้อมูลผู้เช่าและข้อมูลห้องพัก
  • จัดการข้อมูลสัญญาเช่า
  • บันทึกและติดตามค่าเช่า ค่าน้ำ และค่าไฟ
  • ออกบิลและติดตามสถานะการชำระเงิน
  • จัดเก็บข้อมูลรายรับ–รายจ่าย
  • ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและ Export ข้อมูลบัญชีออกเป็นไฟล์ Excel เพื่อช่วยรวบรวมข้อมูลรายรับ–รายจ่าย

ทั้งนี้ Horga Apartment เป็นเครื่องมือช่วยจัดการข้อมูลและงานบริหารหอพัก ไม่ได้ทำหน้าที่แทนผู้ประกอบการในการยื่นข้อมูลหรือดำเนินการด้านภาษีกับกรมสรรพากร

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สัญญาเช่าหอพัก ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่?

ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญาต้องจัดทำสัญญาตามแบบและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมส่งมอบสัญญาให้ผู้เช่าเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยรายละเอียดควรชัดเจนและเข้าใจง่าย

เจ้าของหอพักสามารถกำหนดค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินประกัน ไม่ต้องตาม กฎหมายเช่าหอพัก หรือไม่?

เจ้าของหอพักไม่ควรกำหนดค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขในสัญญาโดยไม่ตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินประกัน ซึ่งควรระบุรายละเอียดและวิธีการเรียกเก็บให้ชัดเจนตามข้อกำหนดที่ใช้บังคับ

Horga Apartment ช่วยจัดการ สัญญาเช่าหอพัก ได้อย่างไร?

Horga Apartment คือ โปรแกรมหอพักที่ช่วยจัดการข้อมูลผู้เช่าและสัญญาเช่าออนไลน์ผ่าน Template ทำให้เจ้าของสามารถจัดเก็บข้อมูลสัญญาของแต่ละห้องไว้ในระบบเดียว ลดการจัดเก็บเอกสารแบบกระจัดกระจาย

Horga Apartment ช่วยค้นหาสัญญาเช่าของผู้เช่าแต่ละห้องได้หรือไม่?

Horga Apartment คือ ระบบจัดการหอพักที่ช่วยเชื่อมข้อมูลห้องพัก ผู้เช่า และสัญญาเช่าไว้ด้วยกัน ทำให้เจ้าของสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้เช่าแต่ละรายได้สะดวกขึ้นเมื่อต้องตรวจสอบรายละเอียดหรือประวัติการเช่า

Horga Apartment ที่ใช้จัดการ สัญญาเช่าหอพัก คือระบบเดียวกับ Horganice หรือไม่?

Horga Apartment คือชื่อปัจจุบันของระบบที่เดิมใช้ชื่อ Horganice และเป็นระบบเดียวกัน โดยมีฟีเจอร์สำหรับช่วยเจ้าของจัดการข้อมูลผู้เช่าและสัญญาเช่าให้เป็นระบบมากขึ้น

Scroll to Top