การบังคับใช้ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง การให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ทำให้การบริหารหอพักและอพาร์ทเมนท์เข้าสู่ยุคที่ต้องมีมาตรฐานและความโปร่งใสมากขึ้น โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เดินหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการในหลายจังหวัด เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง
การตรวจสอบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นเรื่องการคิดค่าน้ำ ค่าไฟ เงินประกัน และสัญญาเช่า ไม่ใช่เพียงข้อร้องเรียนของผู้เช่าอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการทุกแห่งควรให้ความสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เช่าในระยะยาว
ประเด็นสำคัญที่เจ้าของหอพักควรรู้
จากการลงพื้นที่ของ สคบ. พบว่าปัญหาที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดยังคงเป็นการเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนจริง โดยที่ผ่านมา ผู้ประกอบการบางแห่งคิดค่าไฟในอัตรา 7–9 บาทต่อหน่วย พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นการรวมค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าบำรุงรักษา หรือค่าบริหารจัดการอาคาร
อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ผู้ประกอบการไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายอื่นมารวมกับอัตราค่าน้ำและค่าไฟได้ หากเป็นอาคารให้เช่าที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญา การเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคต้องอ้างอิงตามอัตราที่หน่วยงานของรัฐเรียกเก็บจริง และต้องระบุรายละเอียดการคำนวณไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ประกอบการควรกลับมาตรวจสอบวิธีการคิดค่าน้ำและค่าไฟของตนเอง รวมถึงรูปแบบการออกใบแจ้งหนี้ เพื่อให้สามารถอธิบายรายละเอียดแก่ผู้เช่าได้อย่างโปร่งใส
ไม่ใช่แค่ค่าน้ำ–ค่าไฟ แต่สัญญาเช่าก็ต้องถูกต้องตามกฎหมาย
นอกจากการคิดค่าสาธารณูปโภคแล้ว กฎหมายยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดภายในสัญญาเช่า โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจัดทำสัญญาตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด ใช้ข้อความที่ชัดเจน และส่งมอบสำเนาสัญญาให้ผู้เช่าเก็บไว้เป็นหลักฐาน
อีกหนึ่งข้อที่เจ้าของหอพักควรตรวจสอบ คือ การเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกัน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือนของค่าเช่ารายเดือน และเมื่อสัญญาสิ้นสุด หากผู้เช่าไม่ได้ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ผู้ประกอบการต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วัน
การมีหลักฐานการรับเงิน การคืนเงิน และประวัติการทำรายการที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ จะช่วยลดข้อโต้แย้งและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ

สคบ. เดินหน้าตรวจทั่วประเทศ ผู้ประกอบการไม่ควรรอจนถูกร้องเรียน
ที่ผ่านมา สคบ. ได้เริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมประกาศว่าจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า หน่วยงานภาครัฐไม่ได้รอให้เกิดเรื่องร้องเรียนก่อนจึงเข้าไปตรวจสอบ แต่เริ่มให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาและยกระดับมาตรฐานของธุรกิจหอพักทั้งระบบ
สำหรับผู้ประกอบการ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจสอบสัญญาเช่า รูปแบบการคิดค่าน้ำ–ค่าไฟ การจัดเก็บเงินประกัน และกระบวนการออกใบแจ้งหนี้ ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่
ระบบจัดการห้องพักช่วยลดความผิดพลาดในการบริหารจัดการได้อย่างไร
แม้ว่าการปฏิบัติตามกฎหมายจะขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของผู้ประกอบการ แต่การมีระบบบริหารหอพักที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ก็ช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานได้อย่างมาก
ตัวอย่างเช่น การบันทึกเลขมิเตอร์น้ำและไฟ การคำนวณค่าใช้จ่าย การออกใบแจ้งหนี้ การจัดเก็บสัญญาเช่า และการตรวจสอบประวัติการรับชำระย้อนหลัง ล้วนเป็นข้อมูลที่สามารถค้นหาได้ง่ายเมื่อมีการสอบถามหรือจำเป็นต้องตรวจสอบ
นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลไว้ในระบบเดียว ยังช่วยลดปัญหาการใช้เอกสารกระดาษหรือไฟล์ Excel หลายชุด ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนและใช้เวลาค้นหานาน
เตรียมความพร้อมวันนี้ เพื่อบริหารหอพักได้อย่างมั่นใจในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับใหม่ แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานการบริหารหอพักให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น
หากสามารถจัดการข้อมูลผู้เช่า สัญญาเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ การรับชำระ และเงินประกันได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เช่าในระยะยาว
Horga Apartment ช่วยให้เจ้าของหอพักบริหารข้อมูลผู้เช่า ออกใบแจ้งหนี้ บันทึกค่าน้ำ–ค่าไฟ และตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ในระบบเดียว ช่วยลดงานเอกสารและสนับสนุนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ใช้งานจริงก่อน ไม่มีค่าใช้จ่าย 30 วัน
หากคุณกำลังมองหาระบบที่ช่วยให้การบริหารหอพักเป็นเรื่องง่ายขึ้น พร้อมรองรับการทำงานที่เป็นระบบมากกว่าเดิม สามารถติดต่อทีมงาน Horga Apartment เพื่อขอคำแนะนำหรือทดลองใช้งานได้